พระพุทธนรเชษฐ์  เศวตอัศมมัยมุนี  ศรีทวารวดีปูชนียบพิตร

 

สถานที่ประดิษฐาน    บริเวณลานชั้นลด  ด้านทิศใต้ขององค์พระปฐมเจดีย์

                                วัดพระปฐมเจดีย์  ราชวรมหาวิหาร  อำเภอเมือง  จังหวัดนครปฐม

พุทธลักษณะ            ศิลปะทวารวดี

                                ปางแสดงปฐมเทศนา  ประทับนั่งห้อยพระบาท

                                พระหัตถ์ขวายกจีบเสมอพระอุระ  พระหัตถ์ซ้ายวางแตะพระชานุ

                                ขนาดสูง  ๑๔๘ นิ้ว  หรือ ๓.๗๖ เมตร

                                วัสดุ ศิลาขาว

        พระพุทธนรเชษฐ์ฯ  หรือหลวงพ่อขาวของชาวบ้านองค์นี้มีประวัติความเป็นมาที่ออกจะพิศดารและระหกระเหินอยู่ไม่น้อย

        เรื่องราวเริ่มขึ้นจากเมื่อกรมศิลปากรทำการสำรวจขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดทุ่งพระเมรุหรือวัดพระเมรุ  จังหวัดนครปฐมเมื่อปลายปี ๒๔๘๑ ถึงปี ๒๔๘๒  ได้พบสถูปสมัยทวารวดีองค์ใหญ่มีร่องรอยว่ามีมุขประจำ ๔ ทิศและในแต่ละมุขทิศเคยมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่นั่งห้อยพระบาทประจำอยู่

        เมื่อสืบความดูก็ทราบว่าในสมัยรัชกาลที่ ๔  ได้มีการขุดพบพระพุทธรูปที่ว่านี้แล้วองค์หนึ่งได้อัญเชิญไปเป็นประธานที่วัดพระปฐมเจดีย์  ต่อมาในรัชกาลที่ ๕  ก็ได้พบชิ้นส่วนพระพุทธรูปแบบเดียวกันอีกจำนวนหนึ่ง จึงมีการรวบรวมไปเก็บรักษาไว้ที่พระระเบียงคดด้านนอกองค์พระปฐมเจดีย์ซึ่งก็ยังไม่ครบจำนวนสี่องค์ที่ควรจะปรากฏ  ถึงปี  ๒๕๐๑  กรมศิลปากรจึงติดตามพบว่าพระพุทธรูปองค์หนึ่งถูกเชิญไปไว้ยังวัดพระยากง  ตำบลสำเภาล่ม  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  และพบชิ้นส่วนองค์พระอีกจำนวนหนึ่งจากวัดขุนพรหม  ตำบลเดียวกันรวมทั้งพบเศียรพระที่ร้านค้าของเก่าอีก ๒ ร้าน

        หลังจากรวบรวมพระพุทธรูปและชิ้นส่วนที่มีอยู่ทั้งหมดมาแล้วจึงนำมา  ประกอบกันขึ้นได้เป็นพระพุทธรูปศิลาขาว ๓ องค์  เชิญไปไว้ยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ๑ องค์  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ๑ องค์และที่บริเวณลานชั้นลดด้านทิศใต้  พระปฐมเจดีย์อีก ๑ องค์  ซึ่งได้รับขนานนามโดยเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ขณะนั้น  (พ.ศ. ๒๕๑๐) ว่าพระพุทธนรเชษฐ์  เศวตอัศมมัยมุนี  ศรีทวารวดีปูชนียบพิตร