ผีที่ทางรถไฟ

ทางรถไฟที่มีผีนี้เป็นทางรถไฟสายมรณะ มันตัดผ่านถนนไทบุรีใกล้ ๆ กับสนามบินสงขลา รางเหล็กวางพาดบนถนนใหญ่ ซึ่งมีรถสัญจรไปมามากที่สุด รถที่ผ่านมากคือรถยนต์โดยสารระหว่างสงขลา-หาดใหญ่ เป็นการสะเพร่าของการรถไฟสมัยนั้น ชาวบ้านาสดกันยับ ไม้ปิดกั้นรถไม่ให้วิ่งผ่านถนนเวลารถไฟมาก็ไม่มี สัญญาณอันตรายก็ไม่มี รถไฟสมัยนั้นก็แสนจะโปเกกว่าจะหยุดได้สักครั้งก็แสนยากเย็น ทางรถไฟสายนี้กลืนชีวิตมนุษย์ไปมากพอดู กินไปนานหลายปีถึงได้ยกเลิกไม่ให้รถๆผ่าน ชาวบ้านเคยนิมนต์พระมาสวดทำบุญแต่ผีก็ยังแรงคนก็ยังตายหมู่อยู่เรื่อย ๆ

บ้านผมเป็นบ้านไม้ ๒ ชั้นทาสีเขียว บริเวณบ้านแคบมาก ปลูกอยู่ห่างทางรถไฟไม่มากนักปัจจุบันก็ยังมีอยู่ แต่ขายให้คนอื่นไปเสียแล้ว เวลารถไฟผ่านประสาทผมมักจะคอยรับเสียงโครม เสียงหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของคนที่ประสบเหตุรถๆไฟชนรถยนต์ เสียงร้องระงมด้วยความเจ็บปวดของผู้โดยสารเคราะห์ร้าย ส่วนมากไม่เหลือชีวิตรอดไปได้เลยบางครั้งเมื่อชนกัน ผมแอบมองทางหน้าต่าง ใจนึกกลัวใจหนึ่งก็อยากจะดู ผมเห็นภาพชิ้นส่วนมนุษย์ระเนระนาดอยู่บนพื้นน่าสยดสยอง มันเป็นทางผีสิงใครๆก็พูดเช่นนั้น ลุงแม้นคนถีบสามล้อ ปลูกกระต๊อบเล็กๆอยู่ใกล้ทางรถไฟแก่เล่าให้ผมฟังว่า บางครั้งรถชนกัน ใส่ขดใหญ่ของใครไม่รู้มาตกบนกระต๊อบแก แกต้องเขี่ยไปขุดหลุมฝังให้กันอุจาด แกอยู่คนเดียว ไม่กลัวผีอาศัยน้ำขาว ๒๘ ดีกรีเป็นเพื่อนกินพอครึ้มๆผีเผลอไม่กลัวทั้งนั้น ๒๘ ดีกรีสมัยนั้นขวดละ ๖ บาทลุงแม้นกินเหล้าไม่เมา แกกินไม่มากนัก แกบอกว่า แกเจอผีบนรถไฟบ่อยโดยเฉพาะคืน ๑๕ ค่ำมักเห็นคนมานั่งร้องไห้บนทางรถไฟ บางคนไม่มีหัวมีแต่คอโด่เด่ พอจ้องมองเข้ามากๆ ก็หายตัวไปเฉยๆ ลุงแม้นว่าผีพวกนี้มีตัวตายตัวแทน ถ้ามันโดนรถทับตายที่นี่ มันต้องรอจนกว่าจะมีคนตายซ้อนบนที่มัน มันถึงจะไปเกิดได้ มันก็เลยจ้องจะทำร้ายใครก็ได้ที่ผ่านมาทางนี้ คนเคราะห์ร้ายชะตาขาดผ่านมาทางสายนี้ต้องโดนแน่ ผมฟังแล้วขนลุกกลัวจะเป็นคนหนึ่ง ที่เจอมัน

เหตุการณ์ตายหมู่เกิดขึ้นตนคนแถวนั้นชักจะชินชาไม่ค่อยกลัวเท่าไร ผมคนหนึ่งล่ะชักกล้าขึ้น กล้าพอที่จะชวนเพื่อนไปจับจิ้งหรีดแถวาทางรถไฟในเวลากลางคืนใกล้ ๆ วัด ทางมรณะนี้ผ่านหน้าวัดท่านหวังด้วย ชื่อวัดอะไรผมก็ลืมไปแล้ว เวลาคนตายมักจะเอาไปเก็บไว้รอญาติที่วัดนี้แหละจิ้งหรีดแถวนี้ชุกมาก

คืนหนึ่งประมาณ ๒ ทุ่มเดือนมืดสนิท เสียงจิ้งหรีดร้องระงมเร้าใจผมมากจึงหยิบไฟฉาย ฉวยกระป๋องนมเจาะฝาไว้พร้อมแอบย่องออกจากบ้าน แวะชวนเพื่อนใกล้บ้านอีก ๒ คนไปด้วย ไปจับจิ้งหรีดกันหน้าวัด

จับกันไปสักครู่ใหญ่ เพลินมาก จิ้งหรีดทองดำหลายตัวในกระป๋อง ผมรู้สึกเหนื่อยขึ้นมานิดๆจึงถือโอกาสนั่งลงบนทางรถไฟ มองไปสองข้างทางช่างมืดสนิท และเงียบสงบอะไรอย่างนั้น มันเยือกเย็นจนผมนึกกลัวขึ้นมา จึงลุกขึ้นขยับปากจะเรียกเพื่อนให้กลับบ้าน เพื่อนยังคงขุดคุ้ยดินเพลินอยู่ ผมยังไม่ทันเรียกก็เห็นอะไรอย่างหนึ่ง มันเป็นดวงไฟสีส้มเจิดจ้า โตกว่าพระจันทร์เสียอีก ผมเผลอมองยืนตะลึงงันอยู่บนทางรถไฟ มันค่อยๆเคลื่อนใกล้ผมเข้ามาทุกที ผมมาได้สติเมื่อเพื่อนผลักโครมลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ข้างทางได้ยินเสียงล้อรถไฟบดขยี้บนรางเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว หูผมอื้อ เสียงรถไฟเปิดหวูดเตือนดังสั่นรถไฟแล่นช้าๆผ่านหน้าผมไป

เพื่อนที่ไปด้วยบอกผมว่า ผมยืนแหงนมองไฟหน้ารถเฉยไม่ยอมลงจากราง เพื่อนต้องวิ่งมากกระชาก ดีแต่รถไฟแล่นช้ามาก ไม่เช่นนั้นผมตายแน่ ผมบอกเพื่อนว่าผมโดนผีเล่นงานมันสะกดจิต เสียงรถไฟผมไม่ได้ยินเลย เดชะบุญผมยังไม่ถึงที่จึงแคล้วคลาดมาได้ คนที่โดนรถไฟชนแถวนี้คงเป็นอย่างผม คือไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แม้แต่หวูดรถไฟ เจอผีคราวนี้ผมกลัวมาก ไม่กล้าออกจากบ้านในเวลาค่ำคืนอีก

เดือนเมษายน ร.ร. ปิดเทอม เพื่อนรุ่นพี่ผมคนหนึ่งลงมาจากกรุงเทพฯ เขาชื่อเชิด พี่เชิดกับผมไปเที่ยวด้วยกันเสมอ ลงมาครั้งนี้เขามีเพื่อนมาด้วยสองคน พี่เชิดอายุราว ๒๒ ปีมีเมียแล้ว แกทิ้งเมียไว้กับแม่แล้วไปเรียนหนังสือต่อพี่แดงเมียแกเป็นครูสอนเด็กอยู่ ร.ร. เทศบาลใกล้บ้านนั่นเอง พี่เชิดพาเพื่อนมาหาผมยืมจักรยานไปเที่ยวชายทะเล ผมไปด้วยผลัดกันถีบผลัดกันซ้อนไปกับพี่เชิด เพื่อนสองคนก็ขี่กันคนละคัน เรานั่งชมวิวกันเพลินใกล้ค่ำจึงชวนกันกลับ บ้านพี่เชิดอยู่เลยทางรถไฟไปมาก เมื่อถีบรถผ่านทางรถไฟมาได้สักนิด เพื่อนพี่เชิดก็ถีบรถสะดุดหินก้อนใหญ่รถล้มโครมนอนแผ่ลุกไม่ขึ้น เพื่อนตะโกนเรียก

“เร็วๆซิว่ะ ไอ้บ้า จะค่ำอยู่แล้วเสือกมานอนเล่นแถวนี้ ผีชุมนะ” พี่เชิดนึกว่าเพื่อนสำออยก็ถีบรถเลยไป หันมาดูไม่เห็นเพื่อนลุกขึ้น จึงกลับหัวรถมาที่เพื่อน ด่าว่า

“ไอ้ห่า ใสเสาะชิบหาย ล้มแค่นี้ลุกไม่ขึ้น” เพื่อนนอนกลอกตาลุกไม่ขึ้นจริงๆต้องหามขึ้นรถไปส่งบ้าน เพื่อนพี่เชิดคนนี้ตัวเล็กนิดเดียว แต่ทำไม่หนักชะมัดเลย เราสามคน คนสามล้ออีกหนึ่ง รวมเป็นสี่หามเพื่อนขึ้นลงได้อย่างทุลักทุเล “หนักชิบหาย” พี่เชิดบ่นอุบ

เมื่อไปถึงบ้านเพื่อนก็ได้แต่นอนนิ่ง ไม่พูดไม่จา ไม่ยอมเคลื่อนไหว ทำได้อย่างเดียวคือกลอกลูกตาไปมา ผมเกลียดลูกตาเพื่อนพี่เชิดจริงๆ เพราะมองผมแปลกมากทำท่ายังกับจะกินเลือดกินเนื้อ ตามักจะจับอยู่ที่ผมเขม็ง พี่เชิดไม่ได้ไปตามหมอ เพราะเห็นว่าเพื่อนไม่ได้เป็นอะไรมาก บาดแผลก็ไม่มี เมื่อพี่เชิดออกจากห้อง ผมรีบตามออกไปด้วย ก่อนก้าวพ้นประตูผมหันไปมองคนเจ็บอีกครั้งหนึ่ง แกแลบลิ้นหลอกผม ผมบอกพี่เชิด พี่ก็ว่าผมบ้า

เช้าวันรุ่งขึ้น พี่เชิดไปหาผมที่บ้านชวนไปซื้อของปล่อยให้เมียและเพื่อนอีกคนเฝ้าบ้านดูคนเจ็บ ซื้อเสร็จเราก็กลับบ้าน พี่เชิดซื้อไก่ไป ๑ ตัว จะทำข้าวต้มไก่ให้คนป่วยกิน คนดีก็จะได้กินด้วย เมื่อต้มข้าวเสร็จ พี่เชิดก็บอกเมียให้เอาข้าวไปให้เพื่อน

“แดง ช่วยเอาข้าวต้มไปให้คนเจ็บสักถ้วยซิ มันคงไม่อยากออกจากห้อง ใจเสาะชิบเลยเพื่อนเรา” เมียพี่เชิดเอาข้าวต้มเข้าไปในห้องคนป่วย เราทุกคนได้ยินเสียงพี่แดงหวีดร้องลั่นบ้าน เสียงถ้วยข้าวต้มหล่นเพล๊ง ผมกับพี่เชิดและเพื่อนอีกคนเผ่นไปดู เจอพี่แดงยืนตัวสั่นหน้าซีดเผือด ข้าวต้มไหลนองอยู่บนพื้น แกชี้ให้ดูบนเตียง คุณพระช่วย เพื่อนพี่เชิดนอนแสยะยิ้ม ลิ้นจุกปาก ตาพองโต มันผีชัดๆนี่นา

“กูไม่กินข้าวต้ม กูจะกินไก่ ไก่สดๆมึงไปเอามาให้กูกิน” คนป่วยพูดเสียงแหบๆพวกเราถอยออกจากห้องไปปักหลักอยู่ข้างล่าง

“ผีเข้าไอ้วอนแน่” เพื่อนพี่เชิดที่เจ็บชื่อถาวร “ไม่ต้องกลัวเดี๋ยวไปตามท่านหวังที่วัดมาปราบ ขี้คร้านผีวิ่งตับแตกแน่” พี่เชิดพูดจบได้ยินเสียบหัวเราะแหบๆเยาะเย้ยมาจากข้างบน พี่เชิดโมโหผีรีบพากันไปหาท่านหวังที่วัดใกล้ทางรถไฟทันที

เมื่อท่านหวัง พระผู้มีชื่อเสียงในการรักษาคนบ้าและผีเข้ามาถึงขึ้นไปบนบ้าน ยังไม่ทันเข้าห้องคนป่วย ท่านหวังชี้ไปทางหน้าต่างบอกว่า

“ผีมันออกไปแล้ว เป็นผู้ชายวิ่งไปโน่น” ท่านหวังบอกว่ามันวิ่งไปบนกำแพงบ้านที่ปักเศษแก้วไว้เต็ม ท่านบอกให้เราเข้าไปดูคนป่วยในห้อง ท่านหวังบอกว่าเขาตายเสียแล้วอนิจจา ถาวรเพื่อนพี่เชิดนอนตายตัวแข็งทื่ออยู่บนที่นอนขณะที่รถล้มบนถนนใกล้ทางรถไฟ ถาวรกำลังเคราะห์ร้ายมาก ผีที่ตายอยู่ที่นั้นมันขึ้นทับอกจนตาย แล้วมันก็เข้าสิงอยู่ในร่างแทน ตายมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ผมใจหายนึกถึงสายตาเพื่อนพี่เชิดที่มองผมเมื่อคืนนี้ มองอาฆาตเหมือนจะพาผมไปด้วย พี่เชิดเอาศพเพื่อนไปไว้วัด โทรเลขบอกทางบ้านเขาให้มาจัดการศพ พวกเราซึมกระทือไม่กล้าอยู่บนบ้านพี่เชิดคนเดียว ต้องอยู่รวมกลุ่ม ผมเจอผีหลายครั้ง ผมกลัวจริงๆอย่าหลอกผมเลยครับ คลิ๊กแบนเนอร์ให้บ้างนะครับ

PR Submit - Press Release Distribution - We offer professional press release distribution and creation at very low rates. Send your press release to over 5000 media contacts for only $150.