บทที่ 3

ระเบียบวิธีวิจัย

การศึกษาเรื่อง ความคิดเห็นของอาจารย์ที่มีต่อนโยบาย และมาตรการดำเนินภารกิจของสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2540 ผู้วิจัยได้ออกแบบเป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) โดยใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างประชากรจาก อาจารย์สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ที่ปฏิบัติราชการระหว่าง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2540 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2541 และมีขั้นตอนในการดำเนินการวิจัย ประกอบด้วยประชากรและกลุ่มตัวอย่างประชากร ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล รายละเอียดแต่ละขั้นตอน มีดังนี้

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่างประชากร

1.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ อาจารย์สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ที่ปฏิบัติราชการระหว่าง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2540 ถึง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2541 จำนวน 212 คน (สำนักวางแผนและพัฒนา สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี 2540 : 19) จำแนกเป็น คณะครุศาสตร์ 53 คน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 43 คน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 59 คน คณะวิทยาการจัดการ 23 คน คณะเทคโนโลยีการเกษตร 11 คน และคณะเทคโนโลยีอุสาหกรรม 23 คน

1.2 กลุ่มตัวอย่างประชากร ผู้วิจัยกำหนดจำนวนกลุ่มตัวอย่างประชากร โดยใช้ตารางสำเร็จของ Krejcie and Moagan (บุญชม ศรีสะอาด, 2532 : 40) ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่างประชากรจำนวน 140 คน ซึ่งเป็นจำนวนขั้นต่ำที่ยอมรับได้

1.3 วิธีการสุ่มตัวอย่าง เพื่อให้กลุ่มตัวอย่างมีการกระจาย ผู้วิจัยจึงใช้วิธีสุ่มตัวอย่างตามลำดับชั้นอย่างเป็นสัดส่วน (Proportional Stratified Random Sampling) วิธีการสุ่มโดยแบ่งประชากรออกเป็นคณะวิชา เมื่อทราบว่ามีจำนวนเท่าใด แล้วหาสัดส่วนระหว่างประชากรทั้งหมดกับประชากรแต่ละคณะวิชา แล้วกำหนดเป็นกลุ่มตัวอย่างประชากรตามสัดส่วนของแต่ละคณะวิชา จากนั้นใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยเขียนชื่ออาจารย์ของแต่ละคณะวิชาใส่ในฉลาก แล้วจับรายชื่อจนครบตามจำนวนของแต่ละคณะวิชา ซึ่งจะได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 140 คน รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 1

 

 

ตารางที่ 1 แสดงจำนวนกลุ่มตัวอย่างประชากรตามสัดส่วน

ที่

คณะวิชา

จำนวนอาจารย์

สัดส่วน

จำนวนกลุ่มตัวอย่าง

1.

2.

3.

4.

5.

6.

ครุศาสตร์

วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

วิทยาการจัดการ เทคโนโลยีการเกษตร

เทคโนโลยีอุสาหกรรม

53

43

59

23

11

23

25.00

20.28

27.83

10.85

5.19

10.85

35

29

39

15

7

15

 

รวม

212

100.00

140

2. ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย

2.1 ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) คือ ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของ ผู้ตอบ

แบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ วุฒิ คณะวิชาที่สังกัด และตำแหน่งทางวิชาการ

    1. ตัวแปรตาม (Dependent Variables) คือ มาตรการดำเนินตามนโยบาย ของสถาบันราชภัฏ

อุบลราชธานี ปีการศึกษา 2540 ซึ่งได้กำหนดนโยบายออกเป็น 9 ด้าน คือ

    1. ด้านการจัดการศึกษา
    2. ด้านการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา
    3. ด้านการวิจัย
    4. ด้านการบริการวิชาการแก่ชุมชน
    5. ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
    6. ด้านการปรับปรุง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยี
    7. ด้านการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
    8. ด้านกิจการนักศึกษา
    9. ด้านการบริหาร

 

 

3. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างแบบสอบถามขึ้น โดยดัดแปลงมาจากนโยบาย และมาตรการดำเนินภารกิจของสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2540 ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้

3.1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถามเกี่ยวกับการศึกษาเรื่อง ความคิดเห็นของอาจารย์ที่มีต่อนโยบาย และมาตรการดำเนินภารกิจของสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2540

3.2 ร่างแบบสอบถามต้นฉบับขึ้น มีทั้งหมด 3 ตอน คือ

ตอนที่ 1 เป็นคำถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ และเติมลงในช่องว่าง คำถามประกอบไปด้วย เพศ อายุ วุฒิ คณะวิชาที่สังกัด และตำแหน่งทางวิชาการ

ตอนที่ 2 เป็นคำถามความคิดเห็นต่อนโยบาย ของสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2540 จำนวน 9 ข้อ ลักษณะของแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการมี 5 ค่า ให้เลือกตอบ คือ เหมาะสมมากที่สุด เหมาะสมมาก เหมาะสมปานกลาง เหมาะสมน้อย เหมาะสมน้อยที่สุด โดยมีเกณฑ์ให้คะแนนในแต่ละระดับ 5 4 3 2 1 ตามลำดับ แต่ถ้าระบุคำตอบ "เหมาะสมปานกลาง" ลงในแบบสอบถามให้ผู้ตอบแบบสอบถามตอบ อาจเป็นผลทำให้ค่าความเชื่อถือของมาตรวัดต่ำ (จิระวัฒน์ วงค์สวัสดิวัฒน์, 2536 : 24-25) ผู้วิจัยจึงตัดคำตอบ "เหมาะสมปานกลาง" ออกไป จึงคงเหลือคำตอบเพียง 4 ระดับ แต่การนำค่าคะแนนไปวิเคราะห์ข้อมูล จะให้น้ำหนักคงเดิมและให้คะแนนดังนี้

เหมาะสมมากที่สุด ให้คะแนนเท่ากับ 5

เหมาะสมมาก ให้คะแนนเท่ากับ 4

เหมาะสมน้อย ให้คะแนนเท่ากับ 2

เหมาะสมน้อยมาก ให้คะแนนเท่ากับ 1

ตอนที่ 3 เป็นคำถามข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นต่อนโยบายและมาตรการดำเนินภารกิจของสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2540 ทั้งหมดจำนวน 60 ข้อ จำแนกตามนโยบายแต่ละด้าน ดังนี้

    1. ด้านการจัดการศึกษา จำนวน 12 ข้อ
    2. ด้านการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 10 ข้อ
    3. ด้านการวิจัย จำนวน 5 ข้อ
    4. ด้านการบริการวิชาการแก่ชุมชน จำนวน 7 ข้อ
    5. ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จำนวน 4 ข้อ
    6. ด้านการปรับปรุง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยี จำนวน 3 ข้อ
    7. ด้านการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม จำนวน 4 ข้อ
    8. ด้านกิจการนักศึกษา จำนวน 6 ข้อ
    9. ด้านการบริหาร จำนวน 9 ข้อ

สำหรับลักษณะของแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นคำถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดยดัดแปลงมาจากหลักเกณฑ์ของ Likert Scale's มี 5 ค่า คือ เหมาะสมมากที่สุด เหมาะสมมาก เหมาะสมปานกลาง เหมาะสมน้อย เหมาะสมน้อยที่สุด โดยมีเกณฑ์ให้คะแนนในแต่ละระดับ 5 4 3 2 1 ตามลำดับ แต่ถ้าระบุคำตอบ "เหมาะสมปานกลาง" ลงในแบบสอบถาม จะเป็นผลทำให้ค่าความเชื่อถือของมาตรวัดต่ำ ดังนั้นผู้วิจัยจึงตัดคำตอบ "เหมาะสมปานกลาง" ออกไป เช่นเดียวกับตอนที่ 2 จึงคงเหลือคำตอบเพียง 4 ระดับ แต่การนำค่าคะแนนไปวิเคราะห์ข้อมูล จะให้น้ำหนักคงเดิมและให้คะแนนดังนี้

เหมาะสมมากที่สุด ให้คะแนนเท่ากับ 5

เหมาะสมมาก ให้คะแนนเท่ากับ 4

เหมาะสมน้อย ให้คะแนนเท่ากับ 2

เหมาะสมน้อยมาก ให้คะแนนเท่ากับ 1

ตอนที่ 4 เป็นคำถามปลายเปิด โดยให้ผู้ตอบแบบสอบถามเสนอความคิดเห็นอย่างอิสระ และเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบาย มาตรการดำเนินภารกิจของสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2540 และข้อเสนอแนะอื่น ๆ ทั่วไป

3.3 การพัฒนาแบบสอบถาม ผู้วิจัยได้ดำเนินการเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหา (Content validity) โดยนำแบบสอบถามที่สร้างขึ้น ไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนโยบาย การนำนโยบายไปปฏิบัติ และด้านการวิจัย ทั้งในสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี และสถาบันราชภัฏนครราชสีมา จำนวน 9 ท่าน เพื่อให้ตรวจสอบความสมบูรณ์ และความครอบคลุมของเนื้อหา พร้อมกับขอข้อเสนอแนะ และได้นำมาปรับปรุงแบบสอบถามให้สมบูรณ์ ก่อนนำไปทดลองใช้

ขั้นตอนที่ 2 การหาความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถาม หลังจากที่ผู้วิจัยได้ปรับปรุงแบบสอบถาม จากคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิแล้วได้นำไปทดลอง (Try-out) กับกลุ่มประชากรที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ที่สถาบันราชภัฏนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา รวม 30 ชุด แล้วนำกลับมาวิเคราะห์หาความเชื่อมั่น จากค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา(Coefficient Alpha) โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS/PC (Statistical Packages for the Social Sciences) และผู้วิจัยได้กำหนดค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา จะต้องได้มากกว่า 0.70 ขึ้นไป จึงจะถือว่าแบบสอบถามมีความเชื่อถือได้ และการหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม ปรากฎผลดังนี้

1) ตอนที่ 2 เป็นคำถามความคิดเห็นต่อนโยบาย ของสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2540 ได้ค่าแอลฟ่า เท่ากับ 0.89

2) ตอนที่ 3 เป็นคำถามข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นต่อมาตรการดำเนินภารกิจของสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2540

    1. ด้านการจัดการศึกษา ได้ค่าแอลฟ่า เท่ากับ 0.85
    2. ด้านการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา ได้ค่าแอลฟ่า เท่ากับ 0.90
    3. ด้านการวิจัย ได้ค่าแอลฟ่า เท่ากับ 0.84
    4. ด้านการบริการวิชาการแก่ชุมชน ได้ค่าแอลฟ่า เท่ากับ 0.89
    5. ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ได้ค่าแอลฟ่า เท่ากับ 0.85
    6. ด้านการปรับปรุง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยี ได้ค่าแอลฟ่า เท่ากับ 0.92
    7. ด้านการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ได้ค่าแอลฟ่า เท่ากับ 0.79
    8. ด้านกิจการนักศึกษา ได้ค่าแอลฟ่า เท่ากับ 0.83
    9. ด้านการบริหาร ได้ค่าแอลฟ่า เท่ากับ 0.83

สำหรับค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งชุดในการวิจัยครั้งนี้ มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาเท่ากับ 0.97 ซึ่งถือว่าแบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในระดับสูงในการนำไปเก็บข้อมูล

3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล

ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยและผู้ช่วยการวิจัย ได้นำแบบสอบถามออกเก็บข้อมูลและนำกลับมาวิเคราะห์ด้วยตนเอง

4. การวิเคราะห์ข้อมูล

ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับขั้นตอน ดังนี้

4.1 นำแบบสอบถามที่ได้คืน มาตรวจสอบความถูกต้อง และความสมบูรณ์

4.2 ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS/PC (Statistical Packages for the Social Sciences)

4.3 เกณฑ์การประเมินค่า ระดับความคิดเห็น ของกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับค่าเฉลี่ยใช้เกณฑ์การประเมินค่าความคิดเห็นของประคอง กรรณสูต (2538 : 77) ดังนี้

ค่าเฉลี่ย 4.50 - 5.00 หมายถึง มีความเหมาะสมระดับมากที่สุด

ค่าเฉลี่ย 3.50 - 4.49 หมายถึง มีความเหมาะสมระดับมาก

ค่าเฉลี่ย 2.50 - 3.49 หมายถึง มีความเหมาะสมระดับปานกลาง

ค่าเฉลี่ย 1.50 - 2.49 หมายถึง มีความเหมาะสมระดับน้อย

ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.49 หมายถึง มีความเหมาะสมระดับน้อยที่สุด

 

 

5. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

สำหรับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีรายละเอียด ดังนี้

5.1 ค่าร้อยละ (Percentages) ใช้สำหรับวิเคราะห์ และเปรียบเทียบข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม

5.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้อธิบายระดับความคิดเห็นต่อนโยบาย และมาตรการดำเนินภารกิจของสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2540 ในแต่ละด้านและในภาพรวม

5.3 การทดสอบสมมติฐาน ผู้วิจัยทดสอบโดยใช้ค่าที (t-test) และการทดสอบค่าความแปรปรวนทางเดียว (One-way Analysis of Variance)